แล้วสุดท้ายพวกกุก็ได้แต่มองพร้อมทั้งอาลัย อาวรณ์การจากไปของมึง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็เอาห้องนอนขึ้นรถเพื่อนกลับบ้านเกิด ณ จันทบุรี
เช้าวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน
หลังจากที่ รุตม์ ได้ขึ้นไปสู่สวรรค์แล้ว
เพื่อนๆ หลายคน ได้เตรียมตัวไปหา รุตม์ ที่จันทบุรี
ป๊อกกี้ ไอค์ ลูกปัด แพน พลอย อิ๊งค์ นอย แป้ง เซิน และเก็ต
ออกเดินทางจากสยาม เวลาประมาณ 09.30 น.
ถึงจันทบุรี เมื่อประมาณ 13.00 น.
โดยมีแอบหลงทางนิดหน่อย
หลงเข้าไปทาง "น้ำตกพลิ้ว" ซึ่งคุณแม่ถามพวกเราว่า
"ไปเที่ยวมาเหรอลูก ??" แต่พวกเรารีบตอบพร้อมกับทำหน้างงๆ ว่า
"หลงทางครับ" (และพวกเราคงไม่มีกำลังใจที่จะไปหรอกน่ะครับ)
เมื่อทักทาย สวัสดีคุณพ่อ คุณแม่ พี่ตูน และญาติๆ ของรุตม์แล้ว
พวกเราก็เข้าไปทักทาย รุตม์ ทุกคนได้ธูปคนละ 1 ดอก
(ลักษณนามธูปเรียกแบบนี้ป่ะวะ)
ขณะที่แต่ละคนกำลังทักทายรุตม์ผ่านธูปอยู่นั้น
คุณแม่รุตม์ก็ทำให้เราต้องน้ำตาคลออีครั้ง
เมื่อท่านเคาะห้องนอนของรุตม์ พร้อมกับพูดกับรุตม์ ว่า
"รุตม์ รุตม์เอ้ย เพื่อนๆ มาหาเต็มเลยลูก เพื่อนมาเยอะเลย"
เพื่อนแต่ละคนพนมมือ ถือธูป 1 ดอก ทักทายรุตม์ไป
พร้อมฟังแม่รุตม์คุยกับรุตม์ไป
แต่ละคนน้ำตาคลอ มีเสียงสะอึกสะอื้นเล็กน้อย
มันช่างโหดร้ายจริงๆ ใครจะมาคิดว่า
พวกกุอายุ 19 ปี จะต้องมาทักทายเพื่อนด้วยวิธีแบบนี้
มีครั้งหนึ่งที่กุเคยถามรุตม์ว่า "มึงอยากตายตอนอายุเท่าไรวะ"
มันตอบว่า "กุอยากอยุ่ให้นานที่เท่าสุด"
กุไม่เคยคิดหรอกว่านานที่สุดของมึงจะจบลงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
แต่กุก็เคยตอบคำถามนี้มึงกลับว่า
"กุอยากอยุ่แค่ 60 ปี มึงคงได้มางานกุแน่ๆ ห้าห้าห้า"
แต่สุดท้าย กลับกลายเป็นว่า กุต้องมางานของมึง
แต่ยังไงก็ตาม มึงก็ได้พิสูจน์ให้กุเห็นว่า
มึงได้ต่อสุ้ไอ้มะเร็งและอยุ่ได้อย่างนานที่สุดตามที่มึงต้องการจริงๆ
กุชื่นชมมึงมากนะ รุตม์ มึงเก่งมาก
เมื่อทักทายรุตม์เสร็จแล้ว คุณพ่อรุตม์ คุณแม่รุตม์ พี่ตูน และอีกหลายๆ คน
ก็ต่างมาชวนให้ไปทานข้าว ในขณะที่พวกเรากำลังนั่งคุย
ย้อนนึกถึงวันวานกับ รุตม์
อาหารมื้อนี้เป็นมื้อแรกที่พวกเราทานในบ้านเกิดของรุตม์
แต่พวกเรากลับทานอย่างโดดเดี่ยว
โดยไม่มีเจ้าบ้านอย่าง รุตม์ มานั่งทานอยู่เคียงข้างเหมือนที่ควรจะเป็น
การทานอาหารมื้อนี้ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
เรานั่งทานต่อหน้าของห้องนอนของรุตม์
ทานไป มองหน้านอนมันไป มองรูปหน้าห้องนอนไป
มันเจ็บปวดนะ กว่าทานเข้าปากไปทีละคำ
สุดท้าย กุก็ต้องเลี่ยงสายตา เพื่อจะได้ทานอาหาร
จะได้ไม่ทำให้มึงเสียใจ หรือคุณพ่อรุตม์ คุณแม่รุตม์ไม่สบายใจ
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว คุณแม่ก็ให้พวกเราไปเขียนอะไรๆ ก็ตามที่อยากจะเขียนให้รุตม์ ที่บอร์ดหน้าศาลา
ภายในบอร์ดมีเรื่องราวของรุตม์จากอินเทอร์เน็ต พร้อมกับรูปภาพในสมัยที่ยังเป็นนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา
แสดงให้เห็นถึงความร่าเริง ความยิ้มแย้มแจ่มใส ความเป็นตัวตนของรุตม์
แต่ละคนเขียนถึงความรู้สึก คำอำลา คำอวยพรให้กับรุตม์
พร้อมๆ กับการนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ภาพเก่าๆ
กุหวังว่า มึงจะยังคงวนเวียนแถวๆ นั้น
และได้มาอ่านข้อความที่เพื่อนๆ เขียนนะเว้ย
หลังจากนั้น ทุกคนก็ออกมาถ่ายรูป ณ บริเวณวัด
ถ่ายรูปศาลา เมรุ ถนน ท้องฟ้า
รวมถึงที่อื่นๆ ที่จะเป็นรายละเอียดให้ความทรงจำ
จำได้ว่า ไอค์ถ่ายรูปทำท่าซ้อนจักรยาน
โดยไม่มีคนขับ
ไอค์บอกว่า กุว่างไว้ให้รุตม์
หลายรูปต่อๆ มา จึงมีที่ว่าง 1 ที่ให้รุตม์ถ่ายคู่กับพวกเรา
แล้วพวกเราก็เดินไปด้านหลังวัดที่มีคลองสายเล็กๆ
ซึ่งพวกเราคิดว่า คงจะมาจากน้ำตกพลิ้ว นั่นเอง
เพราะสวยมาก ใสมาก อยากเดินลงไปเดินมาก
แต่กุใส่ถุงเท้ามา ขี้เกียจถอด จึงถ่ายรูปอยุ่แถวๆ นั้น
ช่วงนี้ คุณแม่รุตม์ ก็มานั่งคุยเล่นกับพวกเรา
ท่านคงจะคิดถึง รุตม์ มากๆ
อยากให้ รุตม์ ได้มาอยุ่แบบนี้กับเพื่อนๆ
หลังจากนั้น พวกเราก็เดินกลับมาที่ศาลา
คุณพ่อรุตม์ก็เปิดวีซีดีรายการเจาะใจอีกครั้ง
(และเปิดอีกหลายครั้งมากนับตั้งแต่เรามาถึงจันทบุรี)
แน่นอนว่า ครั้งนี้กุร้องไห้
ครั้งแรกที่ดูหน้าจอ ทีวี กุร้องโฮแรกตอนที่ รุตม์ ร้องเพลงปิ่นหทัย
แต่ครั้งนี้ กุเริ่มน้ำตาคลอครั้งแรก เมื่อกุได้ยินเสียงมัน
เมื่อดูเสร็จ คุณน้าของรุตม์ก็แนะนำให้พวกเราดูรูปภาพ
ในสมัยที่ยังเป็นนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา
รูปภาพเหล่านี้จากมาจาก ปู ซึ่งปูได้นำซีดีรูปภาพ พร้อมการ์ดอวยพร มาให้รุตม์
ในเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน ซึ่งการ์ดนี้รุตม์เองไม่อยู่ทันได้เห็น หรืออ่านเลย
หลังจากนั้น ไอค์ซึ่งมีแฟลชไดร์ฟที่มีรุปรุตม์อยุ่เยอะมาก
อาสาไปล้างรุป เพื่อให้แก่คุณพ่อ คุณแม่เก็บไว้
เพราะคุณพ่อ คุณแม่ มีรูปรุตม์ตอนที่เรียนที่เตรียมอุดมศึกษาน้อยมาก
รุปแต่ละรุปทำให้พวกกุทุกคนยังเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้
มันเป็นความฝัน มันไม่ใช่เรื่องจริง
"มึงดูสิ รุปนี้มันยังยิ้มให้พวกเราอยุ่เลย"
"มึงดูสิ รุปนี้เพิ่งถ่ายตอนเรียนญี่ปุ่น ที่มันเอาแต่ทำเลข"
เวลาล่วงเลยมาถึงเย็นๆ แล้ว
คุณพ่อรุตม์ คุณแม่รุตม์ พี่ตูน ละญาติๆ ของรุตม์ ก็ชวนทานอาหารเย็น
ซึ่ง...อร่อยมาก...มันอาจจะไม่ได้เป็นอาหารที่วิเศษ เลิศเลอสักเท่าไร
แต่พอทานไปแล้ว มันอร่อยอ่ะ แล้วแบบทานได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยนเลย
รุตม์ คงอยากให้พวกเราได้ทานอะไรๆ ที่อร่อยๆ สไตล์จันทบุรี
และคงอยากให้พวกเราอ้วน ซึ่งทุกคนไม่ทำให้ รุตม์ ผิดหวังเลย
หลายคนทาน 2 จาน ทานของหวานเพิ่ม
พอ 20.00 น. ก็เข้าพิธีสวดตอนเย็น
พวกเราไม่ได้ไปนั่งในสถานที่ที่เค้าจัดให้ด้านนอกศาลา
แต่พวกเราได้ไปนั่งข้างๆ คุณพ่อรุตม์ และคุณแม่รุตม์ ต่อหน้าของพระสงฆ์
พวกเราพยายามตั้งใจที่จะให้บุญกุศลจากการสวดครั้งนี้
ไปถึง รุตม์ ให้รุตม์ได้รับไปเยอะๆ
รุตม์จะได้มีความสุขมากๆ เหมือนที่รุตม์ยังไม่มีเนื้อร้าย
หลังจากสวดเสร็จ เช่นเคย พวกเราก็ถูกชวนให้ไปทานของว่างมื้อค่ำ
...อร่อยอีกเช่นเคย...
หลังจากนั้น เราก็กลับไปที่บ้านน้าของรุตม์ เพื่ออาบน้ำ แต่งตัว
แล้วจะมานอนเป็นเพื่อนรุตม์ที่วัด
เช่นเดิม ก่อนนอน ก็ยังมีอาหารมื้อดึก
...อร่อยได้อีกว่ะ...
แล้วก็ทยอยกันเข้านอน
(...หลังจากนี้ มันคงไม่ซึ้งแล้วนะ เพราะจำ detail ของเรื่องราวนี้ไม่ค่อยได้แล้ว...)
เช้าวันที่ 23 พศจิกายน เป็นวันแรกที่พวกเราตื่นมารับอรุณที่แหลมสิงห์ จันทบุรี
(แต่ตอนนั้น ยังไม่มีดวงตะวันโผล่ขึ้นมาหรอก)
กุตื่นขึ้นมาด้วยสัมผัสมืออันอบอุ่นของแม่รุตม์
ที่มอบให้ทุกๆ คนที่นอนเป็นเพื่อนรุตม์เมื่อคืนที่ผ่านมา
ประกอบกับมีเสียงเพลงบรรเลงความเศร้าของงานนี้ไปด้วย
กุตื่นขึ้นมานั่ง พร้อมกับระลึกว่าเมื่อคืนกุฝันมั้ยวะ?? กุฝันว่าอะไร??
นั่งนึกไป...กุฝันนี่หว่า...กุฝันถึง รุตม์ ด้วย
(การฝันของกุ มันเป็นการฝันที่ไม่มีสตินะ
แบบ...ไม่สามารถทำอะไรได้ตามที่จิตใต้สำนึกของตนเองอยากจะทำ)
"มันเป็นฉากที่พวกเรากำลังนั่งรถออกจากศาลา ภายในวัด
รูปแบบศาลาคล้ายๆ ศาลาของวัดที่นี่
แต่ไม่น่าจะใช่ (detail ไม่ใช่อ่ะ)
รุตม์ ในตอนนั้น กำลังนอนตะแคงนิ่ง ตัวแข็ง ไม่ได้เหยียดขาตรง
ลองนึกถึงท่าเรานั่งเก้าอี้อ่ะ แต่แบบนอนอยุ่
คือ นอนท่านั้นเลยอ่ะ
รุตม์ สวมชุด นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เอาเสื้อเข้าข้างในกางเกง ผูกเนคไทที่มีตราพระเกี้ยงประดับอยู่
แต่เนคไทไม่หย่อนลงตามแรงแนวโถ่วงของโลก
เนคไทชี้ลงไปทางกางเกง เหมือนยืนปกติ
สวมรองเท้าหนังสีดำ
ทรงผมหัวแห้ว หล่อๆ เหมือนงานพรอม
ร่างกายไม่ได้ซูบผอมเหมือนที่เป็นมะเร็ง
ร่างกายปกติ หล่อๆ ล่ำๆ ของมัน
นอนอยุ่บนแท่นที่ยกสูงสีน้ำเงินซึ่งยกสุงขึ้นมา สัก 30 เซนติเมตร
แล้วพวกกุก็นั่งรถจากไป"
พอกุนึกได้ ร้องไห้เลย
รุตม์ ไม่พุดกับกุ หรือพวกกุซักคำ
ขนาดฝัน กุยังฝันว่ามึงไปแล้ว เลยว่ะ
แทนที่กุจะฝันว่า ได้คุยกับมึง แต่กุกลับฝันเห็นร่างอันไร้วิญญาณของมึง
กุน่าจะฝันว่า มึงยังมีชีวิตอยุ่ คุยกับพวกกุ
หลังจากนั้น เราก็นั่งรถกระบะ กลับบ้านน้าของรุตม์
เพื่อไปอาบน้ำ แต่งตัว
ก่อนจะไป แม่รุตม์ก็เคาะห้องนอนบอกรุตม์ว่า
"เด๋วแม่พาเพื่อนๆ รุตม์ ไปอาบน้ำก่อนนะ เด๋วกลับมา"
หลังจากอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ
พวกเราก็กลับมาที่ศาลาภายในวัด ปรากฏว่า สวดจบไปแล้ว
ไม่ทันที่จะได้สวด ทำบุญตักบาตร กรวดน้ำไปให้รุตม์เลย เสียใจมาก
ขณะที่กำลังเสียใจอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงแม่รุตม์ พ่อรุตม์พี่ตูน ชวนทานอาหารเช้า
พอทานเสร็จ พวกเราก็ช่วยพับกระดาษเงิน กระดาษทอง
เพื่อเตรียมเผาไปให้รุตม์ใช้ในสวรรค์
รุตม์จะได้รวยๆ มีเงินใช้ อยุ่อย่างสบาย (ว่าแต่ สวรรค์ต้องใช้เงินด้วยเหรอ??)
เพื่อนๆ อีกกลุ่มก็พยายามใช้ความสามารถเกี่ยวกับการเป็นแม่ศรีเรือน
ด้วยการนั่งจัดดอกบัวให้สวยงาม พับกลีบแต่ละกลีบอย่างประณีตสวยงาม
สักพัก ผุ้หญิงทั้งหลายก็ไปสระผมกันที่ร้านเสริมสวย
หลังจากที่ได้ยินกิตติศัพท์ด้านราคา คุณภาพ
และการบริการของร้านที่นี่จากพี่ตูน
หลายคนนอนให้ช่างสระจนเผลอหลับกันเลยทีเดียว
ส่วนกุก็ไปนั่งรอที่ร้าน...สักพักก็ง่วง เผลองีบหลับ
ตื่นขึ้นมา ... กุฝันอีกป่ะวะ ??
เห้ย กุฝันถึง รุตม์ อีกแล้ว
"เป็นฉากที่ รุตม์กำลังติวหนังสืออยู่กับรุ่นพี่ภายในหอสมุด
หรือ ห้องสมุด สักแห่ง
คิดว่าเป็นการติวหนังสือ เพราะมันหนีเพื่อนๆ มาติวกันเป็นการส่วนตัว
กับรุ่นพี่สัก 3 คนที่กุไม่รุ้จักใครเลย
รุตม์ใส่เสื้อสีเหลืองๆ ส้มๆ
พวกกุก็เดินเข้ามา 3 คน พร้อมทักแกมจิกมันว่า
"ขยันนะเมิงงงงงงงงง"
รุตม์ก็หันหน้าหาพวกกุ พร้อมยิ้มให้
พวกกุก็เดินเข้าไปในหอสมุด(ห้องสมุด)
แล้วรุตม์ก็ก้มหน้าก้มตาติวหนังสือต่อไป"
มึงก็ยังคงไม่พุดกับกุเลย
รุ้มั้ย กุจะลืมเสียงที่มึงเรียกชื่อกุแล้ว
กุจะยายามจำให้ได้นะ
มึงยังคงขยันไม่เปลี่ยนเลยนะ
มึงรุ้มั้ย มึงขยันที่สุดในกลุ่มเพื่อนๆ เราเลย
มึงเป็นแรงบันดาลใจให้กุตั้งใจอ่านหนังสือแอดมิดชั่น มึงรุ้มั้ย??
กุขอบคุณมึงมาก
มึงมีส่วนในการสร้างอนาคตของกุ
ถ้าไม่มีมึงแล้ว กุก็อาจไม่ได้มาอยุ่ที่จุดนี้
ขอบคุณมากๆๆ นะเว้ย
พอพวกเรากลับมาที่ศาลาภายในวัด ก็ทานอาหารเที่ยง
มื้อนี้มีอาหารชื่อแปลกอยุ่อย่างหนึ่ง อาจจะไม่แปลกหรอก
แค่กุไม่เคยได้ยินชื่อ "หมูชมวง" ... คืออะไร
ประมาณว่า หมู ทำแอคชั่น กับ ใบชมวง
ประมาณว่าต้ม สีเหมือนหมูพะโล้ เข้มกว่าหมูพะโล้นิดนึง
แต่รสชาติคนละทางเลยว่ะ
อร่อยมากๆๆๆ
แล้วก็ได้ยินมาว่า
รุตม์ชอบทานหมูชมวงมากๆๆ
กลับมาจันท์เมื่อไร จะต้องทานเมนูสุดโปรดนี้ให้ได้
อร่อยจริงๆ มึง
ขอบคุณนะที่ให้พวกุได้กินอะไรอร่อยๆ แบบนี้
ขอบคุณมึงมากๆ
พอทานเสร็จ กุ ไอค์ เกต พลอย
ก็อาสาไปเอารูปที่ฝากล้างไว้เมื่อวาน
ทุกคนดูตื่นเต้นกับรุปมากๆ
หลังจากได้ดูแล้ว ก็คิดถึงรุตม์มากๆๆ
แต่ละรุป มันยิ้มแบบ...คนปกติเลยอ่ะ
ยิ่งกว่าคนปกติสิ
ไม่คิดว่า จะเป็นไอ้โรคมะเร็งนี้เลย
พวกกุคิดถึงมึงมากๆ รุ้มั้ย รุตม์ ??
ตกเย็น ก็ทานอาหาร อร่อยจริงจังอ่ะ
แล้วก็สวดเย็น
พวกกุก็ตั้งใจสวดมาก ให้มึงได้รับบุญกุศลไปมากๆ
ไปเยอะๆ จะได้มีความสุขบนสวรรค์
ก่อนที่พวกเราจะกลับกรุงเทพ
ก็ขอถ่ายรูปกับห้องนอนรุตม์ก่อน
แล้วก็ถ่ายร่วมกับ พ่อรุตม์ แม่รุตม์ ด้วย
อีกอย่าง ทุกคนก็จุดธุปคุยรุตม์
"รุตม์ มึง
เด๋วพวกกุจะกลับมาใหม่นะ หลับให้สบายนะมึง
ถ้ามีอะไรก็มาเข้าฝันกุได้นะ
อีกอย่างกุอยากให้มึงมาเข้าฝัน อิ๊ง กับ ไอค์ ว่ะ
อิ๊ง กับ ไอค์ อยากเจอมึงมากๆ เลย
แล้วเจอกันนะมึง"
แล้วพวกเราก็ลารุตม์ พ่อรุตม์ แม่รุตม์
เดินทางกลับ กทม.
วันที่ 25 พฤศจิกายน
หลังจากที่พวกเรากลับมาเคลียร์งานที่คั่งค้างที่ กทม 1 วัน
ก็ตั้งหน้าตั้งตาไป แหลมสิงห์ จันทบุรี อีกครั้ง
เพื่อไปให้ทันสวดเย็น แล้วจะได้นอนอยุ่กับ รุตม์ เป็นคืนสุดท้าย
พวกเราเป็นกลุ่มแรกที่มา
ป๊อกกี้ ไอค์ ปู เกต เซิน หนึ่ง มิว พี่แอร์(เลขาแม่ปู) และพี่โชวฟอร์
ออกเดินทางจาก กทม ประมาณ 14.30 น.
ระหว่างทางก็คุยกันต่างๆ นานา
มีอยุ่เรื่องนึงที่น่าสนใจ
"จำได้มั้ยว่า ในวีดีโอคลิป "ความรู้คืออะไร" ที่รุตม์ถ่ายไว้
รุตม์ได้บอกกับไอค์ว่า "กุรอมึงอยุ่นะไอค์"
(ที่พุดแบบนี้ก็เพราะ ไอค์ไม่ตอบคำถามในตอนแรก รุตม์ จึงเรียกให้ไอค์ตอบอีก)
หลังจากที่พุดเรื่องนี้จบได้ไม่นาน
ปู ก็มองออกไปนอกรถ
เห็นป้าย บิลบอร์ด ขนาดใหญ่
เขียนว่า "ไม่ต้องรอ...บลาๆๆๆ"
ปูเห็น บอกทุกคนให้หันไปดู
กุชอค ขนลุกไปครู่หนึ่ง แล้วตั้งสติได้ว่า
ไอ้ป้ายนั่นก็แค่โฆษณาหน่า ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย"
ตลอดทางไปบ้านรุตม์
กุพยายามจดจำเส้นทางให้ได้
เผื่อต่อไปกุมีรถ กุจะได้มาเยี่ยมมึง มาเยี่ยมครอบรัวมึงด้วย
พอมาถึงที่วัด
ก็รีบเข้าไปทักทายคุณพ่อ คุณแม่ พี่ตูน แล้วก็ญาติๆ ของรุตม์
ตามด้วย เข้าไปคัยกับรุตม์ ผ่านธูป 1 ดอก อีกแล้ว
ครั้งนี้ กุพุดกับมึงนานมาก
"รุตม์ กุกลับมาแล้วนะ กลับมาตามที่กุสัญญากับมึงไง
มึงจำข้อความที่มึงเขียนเสื้อให้กุในวันปัจฉิมได้ป่ะ
กุรับปากสัญญากับมึงนะ
แต่...กุอยากให้มึงสัญญาอะไรเพิ่มกับกุด้วย
"เราจะเป็นเพื่อนกันทุกชาติ สนิทกันแบบนี้
ยิ่งกว่านี้ทุกชาติไป"
มึงสัญญากับกุนะ รุตม์ ??
สัญญากับกุนะ ??"
พุดเสร็จกุก็น้ำตาคลอ
หลังจากนนั้น พวกเราก็ออกมาทานข้าวเย็น
อร่อย...อีกแล้ว...
(ทำไมอร่อยจังวะ?? อร่อยทุกมื้อกันเลยทีเดียว)
พอทานเสร็จก็มานั่งเปิดดูรูปเก่าๆ
โดยเฉพาะรูปที่พวกเรายังเป็นนักเรียนเตรียมอุดมศึกษากันอยุ่
คิดถึงมึงมากๆๆ
คิดถึงมึงตลอดเวลาเลยรุ้มั้ย ??
หลังจากนั้นเราก็มานั่งติดสติ๊กเกอร์หนังสือ
งานที่ระลีกงานนี้
"อนุสรณ์ที่ระลึกงานณาปนกิจศพ
นาย นรุตม์ มงคงศิริภัทรา
วัดใหญ่พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี
วันพุธ ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑"
กุอ่านไป กุก็ยังสงสัยอยุ่ว่า
"งานณาปนกิจศพ" จริงเหรอ ??
มันเป็นความจริงเหรอวะ ??
สักพัก ก็ถึงพิธีสวดตอนเย็น ครั้งนี้กุเลือกที่จะนั่งข้างล่าง
กับคุณพ่อ คุณแม่รุตม์ เพราะเป็นคืนสวดคืนสุดท้ายแล้ว
พวกกุตั้งใจมั่นให้มึงได้รับบุญกุศลไปมากๆ
ขอให้มึงได้รับไปเยอะๆ นะเว้ย
พอสวดจบ ทางผู้ใหญ่ก็ทำพิธีสวดโบราณให้รุตม์
อารมณ์ประมาณ การร้องเพลงรับขวัญ อะไรประมาณนี้
กว่าจะสวดจบก็ประมาณ 02.00 น. ของวันใหม่
ระหว่างนี้ พวกกุก็ไปอาบน้ำ แต่งตัวที่บ้านของน้าของรุตม์
ระหว่างรอคิวกันอาบน้ำ ทุกคนแย่งผ้าห่มรุตม์มานอนกอด
ไม่มีใครอาบน้ำตามคิวที่วางไว้เลย
ฉุด กระชาก ผ้าห่มรุตม์
เห็นมั้ยรุตม์ !! เพื่อนๆ รักมึงมากแค่ไหน
เพื่อนๆ รักและคิดถึงมึงมากนะ รุ้มั้ย??
สักพัก พี่ตูนก็มาเอาที่นอน ผ้าห่ม รวมทั้งผ้าห่มรุตม์ด้วย
เอาไปวัด เพื่อเตรียมที่นอนไว้
ไม่นาน เพื่อนๆ กลุ่มหลังก็มาถึง
ลูกปัด แพน อิ๊งค์ พลอย จอย นอย นุ่ม
แล้วลุกปัดก็เล่าเรื่องเรื่องนึงให้ฟัง
"ตอนที่มาถึงที่นี่ กุแวะไปที่วัดกันก่อน
ระหว่างที่เข้าวัด ลุกปัดได้ยินเสียงเรียกชื่อมัน
ลุกปัดก็ทำหน้าแอบเหวอนิดหน่อย พร้อมกับจับมือแพน"
แต่ลุกปัดก็บอกว่า ไม่มีอะไรหรอกมั้ง
หลังจากอาบน้ำ แต่งตัวกันเสร็จ
ทุกคนก็ออกจากบ้านไปที่วัด
พอมาถึงวัด
กุก็ขอปลีกตัวออกมาอยุ่คนเดียว
กุคิดว่า บางทีกุอาจจะเจอมึงก็ได้
กุคิดถึงรุตม์มากๆๆ
พรุ่งนี้ก็เผาแล้ว มึงคงจะร้อนมากๆ เลย
กุคิดเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กับดูรุปเก่าๆ
นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
กุ build อารมณ์ไปเรื่อยๆ
จน ไอค์ เดินมาพร้อมกับการที่มันก็ build อารมณ์คิดถึง รุตม์ แบบสุดๆ เช่นกัน
กุมองดูภาพที่ 2 พิธีกรแห่งเจาะใจเขียนอวยพร เป็นกำลังใจให้ รุตม์
พร้อมกับบอก ไอค์ ว่า " มึ ง อ ย่ า ทิ้ ง กุ ไ ป น ะ "
ไอค์ ตอบกลับว่า " ไ ป ร้ อ ง ไ ห้ กั น ป่ ะ "
กุไม่ตอบ แต่กุเดินออกจากศาลาที่มีคนอยุ่พอสมควร ออกมาข้างนอก
เพื่อจะมาร้องไห้กับ ไอค์
ระหว่างที่กุและไอค์เดินออกไปข้างนอกได้สักพัก
เกต กับ ลุกปัด ก็เดินออกมา
เกต คงจะร้องไห้เช่นกัน เพราะน้ำตาซึมๆ
ส่วน ลุกปัด ก็คงจะปลอบ เกต ที่ผ่านมา
ทันใดนั้น กุ และ ไอค์ อารมณ์ถึงขั้นแล้ว เตรียมที่จะร้องไห้กัน
ลุกปัดก็พุดว่า " ร้ อ ง อี ก แ ล ะ "
และทำสีหน้าแบบ...โอ้ย กุเบื่อพวกมึง ร้องบ่อยจัง
กุ กับ ไอค์ ดับสิ้นซึ่งอารมณ์ที่เพิ่ง build มา
จบ !!!
หลังจากที่กุและ ไอค์ ร้องไห้ไม่ออกแล้ว
เพื่อนๆ ก็ทยอยกันเดนมา พร้อมถามว่า
"เป็นอะไรกันรึป่าว ??"
"คุยเรื่องอะไรกัน ??"
พี่ตูนก็เดินมาเช่นกัน แล้วก็พุดให้กำลังใจพวกเรา
พร้อมกับเล่าเรื่อง รุตม์ ให้ฟัง
โดยเฉพาะ เรื่องของโรคมะเร็งร้าย นี้
ทำให้กระจ่างขึ้นมาก และนับถือ ชื่นชมครอบครัวรุตม์มาก
เข้มแข็งจริงๆ เข้มแข็งกันทั้งครอบครัวจริงๆ
พอฟังจบ ไม่เพียงแค่กุชื่นชมอย่างที่บอกมา
กุยังสบายใจขึ้นด้วย มั่นใจแน่นอนว่า ยังไงรุตม์ก็ได้ขึ้นสวรรค์
ก่อนที่จะนอน พวกเราก็ขอถ่ายรูปหน้าห้องนอนรุตม์ พร้อมกับพี่ตูน
และเราก็ยิ้มยินดีที่เพื่อนเราได้ขึ้นสวรรค์
เพื่อนเราเป็นเทวดาลงมาเกิด
แล้วเราก็ได้เป็นเพื่อนกับเทวดาที่ชื่อ รุตม์
หลังจากนั้นไม่นาน กุก็ง่วงนอน
จึงขนหมอนและที่นอนลงมานอนที่หน้าห้องนอนของรุตม์
กุ ไอค์ เซิน ปู ได้นอนกับผ้าห่มรุตม์ด้วย
แล้วเราก็หลับไป
วันนี้ก็มาถึง
26 พฤศจิกายน วันสุดท้ายที่ร่างกายของ รุตม์ จะได้อยุ่บนโลกใบนี้
หลังจากที่วิญญาณของ รุตม์ ได้ต่อสุ้กับร่างกาย
ที่มีโรคมะเร็งร้ายอยุ่เกือบ 7 เดือนเต็ม
กุตื่นขึ้นมา 05.00 น. ด้วยการเสียงเรียกของปูและเซิน
ซึ่งกุก็อยากตื่น แต่ขอหลับตาก่อน เพราะรุ้สึกเมื่อยตามาก
วันนี้ตื่นขึ้นมาปราศจากอาการนอย ตื่นขึ้นมาอย่างสดใส
พอตื่น ก็นั่งนึกว่า กุฝันรึป่าว ??
แต่วันนี้ ... ไม่ฝันเลย อาจจะด้วยเวลานอนแค่ 2 ชั่วโมงมั้ง
ไม่มีเวลาพอที่จะฝัน หรืออาจจะเมื่อยมาก จนลืมไปเลย
ไปถึงบ้านน้าของรุตม์กับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มแรก
ทุกคนรีบอาบน้ำ แต่งตัว เปลี่ยนชุด
เพื่อที่จะมาให้ทันสวดเช้าในวันสุดท้าย แต่ด้วยอากาศหนาว
มีแค่กุคนเดียวที่อาบน้ำ...คนอื่นล้างหน้า แต่งตัว เปลี่ยนชุดก็พอ
ทุกคนรีบกลับมาที่ ศาลา มาถึงประมาณ 06.20 น.
รุ้สึกดีใจมากี่มาสวดทัน ได้ทำบุญตักบาตร กรวดน้ำ
ขอให้ รุตม์ ได้รับบุญกุศลนี้ไปเยอะๆ นะเว้ย
คุณแม่ของรุตม์ได้ให้โอกาสกุได้ถวายภัตตาหารให้แก่พระสงฆ์
ต้องขอขอบพระคุณท่านมากๆ ขอให้รุตม์ได้บุญกุศลนี้ด้วยนะ
พวกกุเอา เฟอร์เรโร่รสมะพร้าวจากปารีส ตักยาตรไปให้มึงด้วยนะ
ลุกปัดก็เอาเค้กตักบาตรไปให้ด้วย
ได้กินมั้ย มึง ??
ชอบมั้ย ??
หลังจากนั้น พวกเราก็กลับมานั่งทานอาหารเช้ากัน
แน่นอนว่า "อร่อยอีกแล้ว...อร่อยได้อีก...อร่อยจริงจัง"
หลังจากทานเสร็จ กุก็เดินออกไปยืดเส้นยืดสาย
เดินออกไปดุที่บอร์ดหน้าศาลา ที่ให้เขียนคำอาลัยให้รุตม์
ปรากฏว่า มีกระดาษอยุ่แผ่นหนึ่งที่ลงวันที่ที่เขียนไว้เมื่อ 25 พศจิกายน
เป็นข้อความที่มาจาก คุณพ่อของรุตม์
บรรยายความรักระหว่าง รุตม์ และคุณพ่อของรุตม์ ไว้อย่างซาบซึ้ง
ไม่ได้เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงความรักของพ่อ-ลูก
แต่ยังแสดงให้เห็นถึง ความห่วงใย ความทะนุถนอม ความอ่อนโยน
และความสัมพันธ์อันแนบแน่นของครอบครัวมงคงศิริภัทรา
กุไม่เคยอ่านเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจอย่างนี้มาก่อน
ครอบครัวมงคลศิริภัทรา เป็นครอบครัวที่มอบความรักให้กันและกัน
อยุ่ตลอดเวลาจริงๆ
ทุกคนไม่เคยเขินอายที่จะแสดงความรักต่อกัน
ขอชื่นชมและนับถือครอบครัวนี้มาก และจะนำมาปฏิบัติกับครอบครัวของตัวเอง
กุมั่นใจว่า ครอบครัวนี้แหละ PERFECT ที่สุดเท่าที่เคนพบมา
พออ่านเสร็จ พวกกุก็มานั่งพุดคุยกัน
บอกเล่าถึงสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากครอบครัวอื่น
แต่หาได้จากครอบครัวมงคลศิริภัทรา นี้
ต่อมา ก็เดินไปที่คลองหลังวัด มาถ่ายรุปกันอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็กลับไปที่ศาลา
ทำพิธีอโหสิกรรมให้ รุตม์
ให้รุตม์ไปอย่างสบายใจ หมดห่วง หมดกังวลทุกสิ่งอย่าง
เอาตรงๆ นะ กุก็ไม่อยากอโหสิให้มึงหรอกนะ รุตม์
เพราะกุกลัวว่า ถ้ากุอโหสิไป เราก็จะไม่มีกรรมระหว่างกัน
ไม่ว่าจะกรรมดี หรือ กรรมชั่ว (ซึ่งมึงไม่มีต่อกุ และกุก็ไม่มีต่อมึง)
พอเราไม่มีกรรมระหว่างกัน แล้วเราจะได้พบเจอกันอีกมั้ยล่ะรุตม์ ??
แต่ยังไงก็ตาม กุก็ปรารถนาอยากจะให้มึงไปอย่างมีความสุขจริงๆ
กุถึงเลือกที่จะเข้าร่วมพิธีอโหสิกรรมนี้
ขอให้มึงมความสุข เหมือนที่กุปรารถนาจะให้มึงมีนะ
มึงเชื่อมั้ย รุตม์ ??
กุสวดไป กุร้องไห้ไปด้วยนะ เพราะกุกลัวจะไม่ได้เจอมึงอีกจริงๆ
แต่กุก็พยายามเข้มแข็วที่จะสวดให้จบ เพื่อให้พิธีเสร็จสมบูรณ์
และเพื่อให้มึงหมดห่วงจริงๆ และเพื่อให้มึงมีความสุขจริงๆ
ไม่นาน ก็เรียกทานข้าว
มื้อนี้มี "หมูชมวง" ของโปรดของมึงอ่ะ รุตม์
อร่อยมากๆ เลยนะมึง
อยากให้มึงมานั่งกินกับพวกกุจัง
คงจะอร่อยมากกว่านี้แน่ๆ เลย
พอทานเสร็จ พวกเราก็นั่งรอเวลา 13.00 น.
เวลาที่ไม่อยากจะให้มาถึง พิธีณาปนกิจศพ
"มันจริงเหรอวะ ??"
"กุยังรอที่จะตื่นจากความฝันนี้อยุ่นะ"
ก่อนจะเริ่มพิธี ทีมงานเจาะใจก็นำเทปรายการ
ที่จะออกอากาศพรุ่งนี้ (27 พฤศจิกายน) มาให้ชม
เมื่อเปิดได้ไม่กี่วินาที กุก็ได้ยินเสียงรุตม์
กุร้องไห้โฮออกมาอย่างทันทีทันใด
ถึงแม้กุจะเห็นรอยยิ้มของรุตม์ที่ยิ้มให้กับทุกคน
ถึงแม้กุจะได้ยิน รุตม์ พุดว่า "ตีกลองสุ้เลย!!"
แต่กุก็ยังร้องไห้อยุ่ดี คิดถึงมึงมากเลยรุ้มั้ย ??
พอดูเทปรายการจบลง กุก็พยายามทำจิตใจให้เข้มแข็ง
เข้ามานั่งในพิธีต่อไป
ภายในพิธี ต้องขอขอบพระคุณครอบครัวของรุตม์ และทุกๆ คนมากๆ
ที่ให้โอกาสถวายเครื่องสักการะแก่พระสงฆ์
รวมถึงถือตาลปัตรในพิธีถวายผ้าบังสุกุล
เวลา 14.25 น. เวลาที่จะวางดอกไม้จันทน์ก็มาถึง
กุพยายามทำจิตใจให้อดทน เข้มแข็ง
แต่แล้วกุก็ไม่สามารถทำได้
มันยังเร็วเกินไปมั้ยที่กุจะมาวางดอกไม้จันทน์หน้าห้องนอนของ...
เพื่อน เพื่อนสนิท เพื่อนรัก
กุร้องไห้ไม่หยุด กุยังทำใจไม่ได้
ก่อนที่จะวางดอกไม้จันทน์ กุมองรูปหน้าห้องนอนของมึง
กุยังคงคิดว่า "มันเป็นความฝันอยุ่ใช่มั้ย"
กุรอให้ใครสักคนที่จะมาปลุกกุให้ตื่นจากความฝันอันโหดร้ายนี้
กุวางดอกไม้จันทน์ลงไปในพานสีทองอร่าม
พร้อมกับอวยพรว่า "ไปสวรรค์นะมึง"
แล้วเดินออกมารับของที่ระลึกจากญาติๆ ของรุตม์
เห็นหน้าคุณแม่ของรุตม์ที่ยังร้องไห้
แต่ท่านดูจะร้องไห้แบบเข้มแข็ง มากกว่า ร้องไห้แบบอ่อนแอ
กุเดินออกมาจากศาลาก็ยังคิดว่า
"ตกลงนี่มันเป็นความจริงเหรอวะ ??"
"มันไม่ใช่ความจริง ใช่มั้ย ??"
พอเสร็จพิธี กุก็ยังคงมองไปที่บริเวณห้องนอนของรุตม์
พยายามจดจำภาพทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้
เห็นหลายๆ คนกำลังจะย้ายห้องนอนของรุตม์ไปที่เมรุ
ก็มีคุณอาท่านหนึ่งเดินมาบอกว่า "เตรียมเพื่อนไว้ 12 คนนะ"
กุก็ไม่รุ้หรอกนะว่าจะเอาไปทำอะไร
แต่พอท่านถามอีกครั้งว่า "ครบรึยัง?? มานี่เลย"
กุก็ไม่รุ้หรอกว่าจะทำอะไร กุรีบเดินไป ขอให้กุเป็น 1 ใน 12 คนนั้น
ท่านให้พวกเรามาถึงพานที่มีดอกไม้จันทน์ เงินเหรียญ
14.35 น. ทุกคนตั้งแถว มีพี่ตูนอยู่ด้านหน้า
ยืนถือรูปรุตม์ที่รุตม์ยิ้มอย่างมีความสุข ทำท่ามอบดอกไม้ให้แก่คนที่มองเห็น
หลังจากนั้นก็เดินอยุ่บริเวณสนามหน้าศาลา 3 รอบ
ตลอดเวลาที่เดิน 3 รอบนี้
กุยังคงรอที่จะให้คนมาปลุกจากความฝันอันย่ำแย่นี้อยุ่
เมื่อเดินเสร็จ ทุกคนเดินทยอยเดินขึ้นเมรุ
กุไม่เคยอยุ่ในพิธีแบบนี้อย่างใกล้ชิดอย่างนี้มาก่อน
และก็ไม่เคยคิดที่จะมาอยุ่แบบนี้เลยแม้แต่น้อย
กุหวังว่า เค้าจะเปิดห้องนอนของรุตม์
ให้คุณพ่อ คุณแม่ พี่ตูน รวมทั้งญาติสนิท มิตรสหายบริเวณนั้นได้ดู
เหมือนที่กุเคยได้ยินมาว่า ก่อนที่จะจุดไฟ เค้าจะเปิดให้ดุก่อน
แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้เปิดให้ดู
ทุกคนตั้งจิตอธิษฐานสวดมนต์
ให้รุตม์ได้ไปสวรรค์และใช้ชีวิตที่นั่นอย่างมีความสุขที่สุด
14.53 น. ไฟอันร้อนผาวก็ถูกจุดประกายขึ้น
ถุกทิ้งหย่อนลงไปให้เตา
กุมองไปด้านล่างของเตา ยังคงเห็นเศษขึ้เถ้าที่ยังมีไฟติดอยุ่ตกลงมาอย่างช้าๆ
ตกลงมาเป็นระยะๆ ตลอดเวลา
เสร็จพิธีที่เมรุ กุก็เดินลงมาจากเมรุ
พร้อมยังพุดกับตัวเองว่า "ฝันไปใช่มั้ย เมื่อไรกุจะตื่นสักที"
ตลอดระยะเวลาที่ทำพิธีที่สนามหน้าศาลา และขึ้นเมรุ
กุพยายามสอดส่องสายตา มองไป มองมา
มองซ้าย มองขวา มองหน้า มองหลัง
มองหา รุตม์ ว่า รุตม์ มึงอยุ่ไหนวะ ??
กุเชื่อมั่นว่า มึงต้องอยุ่แถวนี้ แต่กุก็มองไม่เห็นมึงเลย
"มึงอยุ่ไหนวะรุตม์ ??
มึงอยุ่ไหนวะ ??
กุอยากรุ้ว่า มึงสบายจริงรึป่าว ??
กุคิดถึงมึงมากๆ นะ"
หลังจากนั้น พวกเราก็เดินลงมาบริเวณที่ตั้งของห้องนอน รุตม์
ที่เคยตั้งอยุ่ในศาลา
ที่ตรงนั้น วางสิ่งของของ รุตม์ ไว้อยุ่จำนวนหนึ่ง
คุณแม่รุตม์ถามว่า "ป๊อกกี้ อยากได้อะไรของรุตม์มั้ย ??"
กุก็ยังคงงงชั่วขณะว่า "จะเอาไปดีมั้ย??"
เพราะกุเคยได้ยินว่า "อย่าเอาอะไรของคนที่ไปแล้ว มาเก็บไว้กับตน
เด๋วเค้าจะมาทวงเอาคืน"
แต่คุณแม่ของรุตม์ก็พยายามที่จะให้เพื่อนๆ
เอาสิ่งของของรุตม์ไปจริงๆ ด้วยใจที่บริสุทธิ์
กุก็เลยคิดว่า "อาจจะเป็นประเพณีของที่นี่ก็ได้
เพราะจะว่าไปแล้ว พิธีกรรมหลายอย่างก็ดูแตกต่าง
จากที่กุเคยเข้าร่วมงานแบบนี้ที่อื่น"
กุเลือกที่จะเอา 1 ในไม้กลองอันหนึ่งจากหลายๆ คู่ที่รุตม์มีอยุ่
หลังจากนั้น เราก็มานั่งทานอาหารก่อนกลับ
หลังจากที่ทนเสร็จ พวกเราก็ขอถ่ายรุปกับคุณพ่อ คุณแม่ของรุตม์
พร้อมทั้งขอกอดท่าน ให้กำลังใจท่าน
ประกอบกับให้ท่านให้กำลังใจพวกเรา
แล้วก็ลาคุณพ่อ คุณแม่รุตม์ออกมา
ก่อนที่จะออกจากวัด
พวกกุก็มองไปยังกองสิ่งของของ รุตม์ ที่ตั้งใจจะเผาไปให้
เห็นป้ายๆ นึงที่เขียนไว้ว่า "รออยุ่นะ"
ที่เพื่อนๆ นิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มอบให้ รุตม์ ตอนที่ไปเยี่ยม ณ โรงพยาบาลศิริราช
แต่ครั้งนี้ กุ ไอค์ และลูกปัด คิดว่า
"ตอนนี้พวกเราคงไม่ได้รอ รุตม์ แล้ว
แต่ รุตม์ คงรอพวกเราอยุ่บนสวรรค์"
หลังจากนั้น พวกเราก็กลับไปเอาของที่บ้านของน้าของรุตม์
ก่อนจะขึ้นรถ พวกเราแต่ละคนก็ขอถ่ายรูปคู่กับพี่ตูน พี่สาวของรุตม์ เก็บไว้
แล้วก็ลา จูเลียต สุนัขตัวสุดท้ายใน 3 ตัวของรุตม์ที่ยังคงมีชีวิตอยุ่
แล้วพวกเราก็เดินทางกลับ กทม.